เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสมาคมความปลอดภัยทางน้ำ

     “คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” คำพังเพยโบราณที่สะท้อนธรรมชาติของท้องทะเลโดยทั่วไป ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง อาจเกิดการแปรเปลี่ยนสภาพแบบผลิกผันขึ้นเมื่อใดก็ได้ จากสภาพคลื่นสงบทะเลเรียบ กลายเป็นความปั่นป่วนจากพายุใหญ่ได้ในเวลาอันสั้น อาจก่อให้เกิดมหันตภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ชนิดตั้งรับแทบไม่ทัน ถ้าผู้เกี่ยวข้องขาดความรู้ความเข้าใจรวมทั้งการเตรียมการตั้งรับที่ดีพอ

     ด้วยตระหนักในความจริงดังกล่าวข้างต้น จึงเกิดการรวมตัวกันของผู้ที่ห่วงใยในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในทะเล รวมทั้งในแม่น้ำลำคลองโดยทั่วไปด้วย ซึ่งเท่าที่ผ่านมาได้เกิดความสูญเสียจากภัยพิบัติสารพัดแบบ สาเหตุหลักประการหนึ่งก็คือ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดความรู้พื้นฐานในการป้องกันภัยล่วงหน้า รวมทั้งมาตรการในการแก้ไขเมื่อภัยมา สมาคมความปลอดภัยทางน้ำจึงได้ก่อกำเนิดขึ้น เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร เป็นนายกสมาคม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1122 หมู่ที่ 6 ถ.ท้ายบ้าน ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

     สำหรับวัตถุประสงค์หลักของสมาคมพอสรุปได้ว่า เป็นองค์กรที่เผยแพร่ความรู้และฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งในด้านการป้องกันและแก้ไข ร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ตามโอกาสและศักยภาพที่มีอยู่ เป็นศูนย์รวมการศึกษาค้นคว้า และเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการเกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งนี้ได้กำหนดวิสัยทัศน์ของสมาคมไว้ ดังนี้

     “เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมและพัฒนา มาตรฐานองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านความปลอดภัยทางน้ำของไทยสู่ระดับสากล”

ปลาฉลามที่เขาเต่า

ทช. จับมือผู้ว่าประจวบฯ ดูแลระบบนิเวศทางทะเล กรณีปลาฉลามที่เขาเต่า

ทช. จับมือผู้ว่าประจวบฯ ดูแลระบบนิเวศทางทะเล กรณีปลาฉลามที่เขาเต่า นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบและประชุมกำหนดมาตรการและเกิดเหตุ ร่วมกับผู้ว่าราชการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกเทศมนตรีหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจในพื้นที่ กรณีฉลามกัดนักท่องเที่ยวที่หาดเขาเต่า ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองหัวหิน ที่ประชุมมีมติให้ร่วมกันปฎิบัติ คือ ให้เทศบาลเมืองหัวหิน อ.หัวหิน ติดตั้งป้ายประกาศ ๓ ภาษา (ไทย อังกฤษและจีน) เตือนนักท่องเที่ยว และขอความร่วมมือโรงแรมและผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ถึงบริเวณพื้นที่ชายฝั่งที่ปลาฉลามหัวบาตรเข้ามาหากินโดยทั่วกัน กรม ทช. เสนอรูปแบบการติดตั้งตาข่าย พร้อมทุ่นแนวเขตการเล่นน้ำ โดยให้เทศบาลเมืองหัวหิน เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการและค่าใช้จ่าย และให้จัดทำโครงการมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เพื่อไม่รบกวนระบบนิเวศทางทะเลของสัตว์ทะเล ให้อำเภอและเทศบาล ติดประกาศห้ามลงเล่นน้ำทะเลบริเวณหาดทรายน้อย บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะติดตั้งตาข่าย พร้อมทุ่นแนวเขตเล่นน้ำทะเลจะแล้วเสร็จ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนที่ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรกู้ภัยทางทะเลฯ ให้จัดตั้งชุดปฎิบัติการเฝ้าระวังการเผชิญเหตุอุบัติภัยทางทะเลและอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว จนกว่าจะติดตั้งตาข่ายพร้อมทุ่นแนวเขตแล้วเสร็จ

Read More »

พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารอเนกประสงค์พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ (แห่งใหม่)

     พลเรือเอก นวพล ดำรงพงศ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารอเนกประสงค์พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ (แห่งใหม่) ณ บริเวณพื้นที่โรงจอดรถกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร      พิพิธภัณฑ์ของกองทัพเรือได้เริ่มมีขึ้น เมื่อ พ.ศ.2485 ซึ่งเริ่มแรกเป็นเพียงขั้นตอนรวบรวมวัตถุพิพิธภัณฑ์ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี จากที่ต่างๆ ในกองทัพเรือ นำมาสงวนรักษาไว้ ที่อาคารราชนาวิกสภาชั้นล่าง ตรงข้ามท่าราชวรดิฐ ต่อมาในปี พ.ศ.2501 ได้ย้ายพิพิธภัณฑ์ทหารเรือไปอยู่ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า จนกระทั่ง พ.ศ.2515 ได้ย้ายพิพิธภัณฑ์ทหารเรือไปอยู่ที่ ตำบลปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ จนถึงปัจจุบัน แต่เนื่องจากการจัดแสดงนิทรรศการมีสภาพเก่าและอยู่ไกลจากกองบัญชาการกองทัพเรือ ประกอบกับมีโครงการย้ายกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ ไปยังพื้นที่บางนา โดยพื้นที่กองเรือลำน้ำเดิมมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กองทัพเรือจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ และได้ทำโครงการย้ายพิพิธภัณฑ์ทหารเรือมายังพื้นที่พระนิเวศน์ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง อาคารอเนกประสงค์พิพิธภัณฑ์ทหารเรือแห่งใหม่นี้ เป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ สามารถจัดแสดงนิทรรศการ จัดการประชุม และจัดกิจกรรมอื่นๆ ได้ทำให้พิพิธภัณฑ์ทหารเรือแห่งใหม่นี้มีความสมบูรณ์เป็นแหล่งการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

Read More »

ศรชล.ภาค 3 เสริมเขี้ยวเล็บใหม่ เพิ่มอากาศยานไร้คนขับ ORBITER 3B

ศูนย์อำนนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) เสริมเขี้ยวเล็บใหม่ เพิ่มอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เเบบ Orbiter 3B เสริมประสิทธิภาพการทำงานตรวจค้นการทำประมงผิดกฏหมาย หรือ IUU Fishing ในพื้นที่ทะเลอาณาเขตฝั่งอันดามัน ขีดความสามารถของ UAV เเบบ ORBITER 3B – มีระยะปฏิบัติการประมาณ 50 ไมล์ทะเล– เวลาในการปฏิบัติการครั้งละ 4 ชั่วโมง– สามารถปฏิบัติการได้ทั้งกลางวันเเละกลางคืน– มีความเเม่นยำในการระบุตำบลที่ของเป้าผิวน้ำด้วยการค้นหาเป้าตามพิกัดที่กำหนด– สามารถพิสูจน์ทราบเรือประมงด้วยการมองเห็น เครื่องหมายประจำเรือ หรือชื่อเรือ หรือลักษณะเรือ เช่น สีเก๋งเรือ อุปกรณ์เครื่องมือประมงบนเรือ ได้อย่างชัดเจน การเพิ่ม UAV เเบบ ORBITER 3B นี้จะทำให้การแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฏหมายในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Read More »