Thailand Yacht Show 2022

Thailand Yacht Show 2022

Thailand Yacht Show ครั้งที่ 6 ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้มีการจัดงานขึ้น 2 ครั้งในปีนี้ โดยครั้งที่หนึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 12 มิถุนายน 2565 ณ โอเชี่ยน มาริน่า ยอร์ช คลับ พัทยา ท่าเรือยอช์ทที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยได้รับเกียรติจาก มร. แอนดี้ เทรดเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวอร์เวนเทีย จำกัด ผู้จัดงาน พร้อมด้วย นายโมฮาเมด จินาห์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐมัลดีฟส์ประจำประเทศไทย ดาโต๊ะ สตีฟ เชียร์ หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไทยและเวียดนาม นางสาววิภารัตน์ ธาราธีรภาพ ผู้อำนวยการ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรือตรีปราโมทย์ ทับทิม ปลัดเมืองพัทยาและรักษาการนายกเมืองพัทยา นายทรงวุฒิ อภิรักษ์ขิต ผู้อำนวยการ สำนักจัดการการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มร. ปิแอร์ จาฟรีย์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนายไพรัช สุขงาม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพัทยา (ชลบุรี) ร่วมพิธีเปิด ภายในงานสามารถสัมผัสโลกแห่งความหรูหราของเรือยอช์ทล่าสุดอย่างใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว มีไฮไลท์มากมายรวมถึงเรือของ Simpson Marine ที่จะมาร่วมจัดแสดงถึง 10 ลำ และเรือยอช์ทจาก Asia Marine ตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ดังของประเทศสวีเดนที่มาร่วมอวดโฉมเรือ Nimbus T11 อีกทั้ง V-Yachts Asia จะจัดแสดงเรือใหม่ล่าสุดอย่าง Ferretti

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายเรือประเภทอื่น ๆ ที่ต่างพร้อมใจพากันร่วมงาน อาทิ Multihull Solutions, Max Marine Asia ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเรือยอช์ทแบรนด์ Sunseeker และ IAqua Sea Dart พร้อมด้วย Motorium และ Princess Yachts ที่พร้อมโชว์เรือยอช์ท 4 ลำในงานครั้งนี้

งาน Thailand Yacht Show เป็นงานจัดแสดงเรือและเรือยอช์ทระดับแนวหน้าของภูมิภาคเอเชีย และเป็นอีกหนึ่งงานกิจกรรมทางทะเลประจำปีที่จัดขึ้นต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การจัดงานในครั้งนี้นำมาซึ่งความน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าครั้งไหนเนื่องจากข้อจำกัดในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี ทำให้มีความจำเป็นต้องงดการจัดงานในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด ร่วมพิธีเปิดปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างความปลอดภัยทางทะเล ในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

พิธีเปิดปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2565 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดพิธีเปิดปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างความปลอดภัยทางทะเล ในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ณ บริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (MIT) ถนน ไอ-เจ็ด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มี รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมพนักงานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แขกผู้มีเกียรติ คณะผู้บริหาร บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด และสื่อมวลชนร่วมงานภายในงานมีการแสดงการเก็บขยะ ล้อมบูมกักคราบน้ำมัน และฉีดน้ำดับเพลิง ด้วยเรือรักษ์นที ซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นใหม่เป็น เรือเก็บขยะ ขจัดคราบน้ำมัน และดับเพลิง ขนาดความยาว 40 ฟุตพร้อมอุปกรณ์ โดย อู่ต่อเรือ บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด ภายใต้โครงการปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความปลอดภัยทางทะเล ในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด และเพื่อใช้ในภารกิจด้านอื่นๆ ในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเช่นการดับเพลิงได้อีกด้วย ซึ่งบริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด มีความชำนาญงานด้านนี้ ได้รับการว่าจ้างจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้เข้ามาบริหารจัดการเก็บขยะ ขจัดคราบน้ำมันและดับเพลิงสำหรับท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ด้วยบริการที่มีมาตรฐานความปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมภายในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

เรือรักษ์นทีเป็นเรืออเนกประสงค์ออกแบบให้มีการสับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ สามารถดับเพลิงได้ โดยใช้หัวฉีดน้ำดับเพลิงที่ติดตั้งอยู่บนหลังคา เรือเปิดหัวได้เพื่อใช้ในการจัดเก็บขยะ สามารถตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ และสนับสนุนกิจกรรมการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อมภายในบริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยได้รับความไว้วางใจจาก ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดให้ปฏิบัติภารกิจเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

กองทัพเรือจัดกิจกรรมวัน “อาภากร” น้อมรำลึก พระกรุณาคุณ องค์บิดาของทหารเรือไทย ในวาระ 99 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์

กองทัพเรือจัดกิจกรรมวัน “อาภากร”

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย เนื่องในวันอาภากร ณ พระอนุสาวรีย์ฯ หน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ราชสกุลอาภากร สมาคมภริยาทหารเรือ ตลอดจนผู้แทนหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร่วมพิธี

ด้วยพระกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการทหารเรือ ส่งผลให้กองทัพเรือ มีความเจริญก้าวหน้า สามารถทำหน้าที่รั้วของชาติทางทะเลได้อย่างเข้มแข็งสืบต่อมา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง กองทัพเรือจึงได้ประกาศขนานพระนามเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และได้กำหนดให้วันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร” โดยกำหนดจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระกรุณาคุณ ของพระองค์ท่านเป็นประจำทุกปี ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระกรุณาคุณ ตลอดจนถวายเป็นพระกุศลแด่ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย ที่ทรงมีพระกรุณาคุณต่อกองทัพเรือเป็นอเนกอนันต์

พิธีเปิดการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าวไทย เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสครบรอบ 56 ปี แห่งการทรงเรือใบข้ามอ่าวไทย

พิธีเปิดการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าวไทย รอบ 56 ปี

วันที่ 19 เมษายน 2565 พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าว ในการแข่งขันเรือใบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2565 (Thailand Sailing Championship 2022 ) ณ ชายหาดหน้าโรงแรมรีเจ้นท์ ชะอํา บีช รีสอร์ท อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ในโอกาสครบรอบ 56 ปี ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเรือใบประเภทโอเค ที่ทรงต่อขึ้นเองพระราชทานชื่อเรือว่า “เวคา” เสด็จข้ามอ่าวไทย เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2509 ระยะทางประมาณ 60 ไมล์ทะเลจากพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปขึ้นฝั่งที่หาดเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินโดยลำพังด้วยพระองค์เอง ทรงใช้เวลาในการแล่นใบถึง 17 ชั่วโมงเต็ม และได้ทรงนำธงราชนาวิกโยธิน ที่ทรงนำข้ามอ่าวไทยมาด้วย ปักเหนือยอดก้อนหินใหญ่ที่ชายหาดของอ่าวนาวิกโยธิน นำมาซึ่งความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งในการต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหางเสือเรือเวคา เพื่อเป็นรางวัลนิรันดรในการแข่งขันเรือใบระยะทางไกลของประเทศไทย

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการทรงเรือใบข้ามอ่าวไทย และพระอัจฉริยภาพในการทรงต่อเรือใบ กองทัพเรือ ร่วมกับ สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ ปตท.สผ.จึงได้จัดให้มี การจัดการแข่งขันเรือใบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย (Thailand Sailing Championships 2022) ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 18 ถึง 24 เมษายน 2565 โดยได้รวมการแข่งขันเรือใบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยในทุกประเภทไว้ในรายการนี้ และที่สำคัญได้จัดให้มีการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าวไทย เส้นทาง หัวหิน – อ่าวเตยงาม ระยะทาง 60 ไมล์ทะเล เป็นการแข่งขันระยะทางไกลในครั้งนี้ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักกีฬาเรือใบจากสโมสรและชมรม เดินทางมาร่วมการแข่งขัน มีเรือใบเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 40 ลำ นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 112 คนโดยผู้ชนะเลิศการแข่งขันเรือใบทางไกลจะได้ครองรางวัลหางเสือเรือพระที่นั่ง “เวคา” (จำลอง) พร้อมจารึกชื่อเพื่อเป็นเกียรติประวัติบนหางเสือเรือพระที่นั่งเวคา ซึ่งพิธีมอบรางวัลกำหนดจัดขึ้นในช่วงค่ำของวันนี้ ภายหลังพิธีถวายราชสักการะ และการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ณ หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีฯ

2021 Top of the Gulf Regatta to take place in November

2021 Top of the Gulf Regatta to take place in November

Organisers of Thailand’s Top of the Gulf Regatta presented by Ocean Marina have confirmed that the regatta will take place in November this year. With Ocean Marina Yacht Club currently undergoing a comprehensive reimagining, the new and expanded Ocean Marina Yacht Club will be open and ready to host regatta participants in November and the dates will be announced in the official Notice of Race in due course.

Celebrating the ‘new’ yacht club and the hospitality of South East Asia’s largest marina, organisers of the regatta are looking forward to welcoming sailors to compete in a variety of classes from Optimists and dinghies, to catamarans and keelboats, including the S\V14 Para Sailing Championship.

Speaking of the 2021 plans, William Gasson, Co-Chairman of the Top of the Gulf Regatta Organising Committee said, “We will celebrate the re-opening of Ocean Marina Yacht Club and support Thailand’s tourism recovery by hosting the Top of the Gulf Regatta in November this year. We are working closely with local authorities and stakeholders to ensure all measures align with government advice and that the regatta will be safe and fun for everyone.”

“With preparations already underway for 2021, we have also set the dates for 2022 when the regatta will return to its regular date slot. The 2022 regatta will take place 30 April to 4 May, 2022.”

Famed for its diversity of classes, excellent marina facilities and onshore apres regatta scene, the 17th Top of the Gulf Regatta presented by Ocean Marina will take place in November 2021 at Ocean Marina Yacht Club.

บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด จัดพิธีวางกระดูกงูเรือเก็บขยะ
ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

พิธีวางกระดูกงูเรือเก็บขยะ

วันที่ 9 มีนาคม 2564 บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด จัดพิธีวางกระดูกงูเรือเก็บขยะ ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 35 ฟุต ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 ลำ

โดยมี นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานในพิธี พร้อมคณะผู้บริหารกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คณะผู้บริหาร บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด นำโดย พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร ประธานบริษัท
คุณวิชัย วัฒน์ประกายรัตน์ ประธานผู้บริหาร มารีนไทย กรุ๊ป คุณจารุภา วัฒน์ประกายรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจำนวนรวมประมาณ 100 คนเข้าร่วมพิธี ณ อู่ต่อเรือ บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

การปรพกอบพิธีโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ช่วงเช้ามีพิธีบวงสรวงตามประเพณีของพราหมณ์ ช่วงสายพระสงฆ์ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์ในขั้นตอนการวางกระดูกงูเรือทั้งสองลำ โดยมีการคล้องพวงมาลัย ผูกผ้าสี และเจิมที่แผ่นเหล็กส่วนหัว
กระดูกงูด้วย ซึ่งนับเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเรือยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน

กองทัพเรือตั้ง facebook fanpage “เรือดำน้ำไทย Thai Submarines”

สำหรับวัตถุประสงค์ในการสร้างเพจนี้ เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องเรือดำน้ำแก่สาธารณชนผู้สนใจ โดยการจัดตั้งสื่อกลางในรูปแบบ Social Media เนื่องจากกองทัพเรือไม่เคยจัดตั้งสื่อกลางใน Social Media เพื่อการค้นคว้าหาความรู้เรื่องเรือดำน้ำขึ้นมาโดยเฉพาะมาก่อน กองทัพเรือจึงได้เข้าใจดีว่าว่า ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร เกี่ยวกับเรือดำน้ำนั้น มีองค์ประกอบหลายด้านที่มากกว่าการเป็น “ยุทโธปกรณ์” และมีเนื้อหาสาระ ความรู้ ที่สาธารณชนผู้สนใจทั่วไปสามารถรับรู้ร่วมกันได้ ประกอบกับหนึ่งในบทบาทสำคัญของ กองทัพเรือ คือเป็นหน่วยงานที่มีส่วนในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้

       สำหรับ หัวข้อที่จะนำเสนอใน Facebook Fanpage “เรือดำน้ำไทย Thai Submarines” ที่สำคัญที่จะมี ขึ้น ได้แก่

 – ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเรือดำน้ำ

 – ประวัติศาสตร์เรือดำน้ำ ทั้งของสากลและของไทย

 – สารคดีเกี่ยวกับเรือดำน้ำ

 – ข่าวสารทั่วไปเกี่ยวกับเรือดำน้ำทั้งในและต่างประเทศ

 – บทความทั่วไป บทวิเคราะห์ บทความทางวิชาการ

 – ข้อถามตอบ/แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 – นำเสนอกิจกรรมที่เกิดขึ้น

 – link ต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรือดำน้ำ

 – การแถลงข่าวของกองทัพเรือ

     ทั้งนี้แนวทางการดำเนินงาน  กองทัพเรือจัดตั้งทีมงานขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อเป็นผู้รวบรวมประสานงาน นำเสนอข้อมูลเสนอใน Facebook Fanpage “เรือดำน้ำไทย Thai Submarines” อย่างต่อเนื่อง พร้อมมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในภายนอกกองทัพเรือร่วมสนับสนุนข้อมูล ทั้งยังเปิดกว้างยังสาธารณในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ร่วมกัน

   กองทัพเรือมีความตั้งใจและปรารถนาดีที่จะได้นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ดังที่กล่าวข้างต้นเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน

ด้วยความตระหนักถึงพี่น้องประชาชน และด้วยกองทัพเรือ คือหนึ่งในเครื่องมือความมั่นคงของชาติ ที่เราจะได้เรียนรู้ถึงบทบาทของกองทัพเรือร่วมกัน  

มารีนไทย กรุ๊ป มอบเสื้อชูชีพ จำนวน 100 ตัว น้ำดื่มขนาด 500 ml
จำนวน 500 แพ็ค เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของ กองทัพเรือ

วันที่ 8 มกราคม 2564 คุณณัฐพร มิ่งศิริธรรม ผู้บริหารโรงเรียนสยามการเดินเรือ ในนาม มารีนไทย กรุ๊ป ได้มอบเสื้อชูชีพ จำนวน 100 ตัว พร้อมน้ำดื่ม Seven Seas ขนาด 500 ml จำนวน 500 แพ็ค แก่กองทัพเรือ เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของกองทัพเรือ ที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อสังคมต่อไป โดยมี พลเรือโท ก้องเกียรติ สัจวุฒิ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ให้การต้อนรับ

และรับมอบ และในการนี้ พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ ได้ร่วมการรับมอบด้วย ณ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
เขตพระนคร กรุงเทพฯ

การประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2564

วันที่ 14 ธันวาคม 2563 พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ และรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) มอบหมายให้ พลเรือเอกธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2564 ณ โรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ ถนนเจริญนคร เขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร ศรชล. ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานระดับอธิบดีรวม 26 คน และผู้บังคับบัญชาของ ศรชล.ทั้งในส่วนกลางและส่วนของ ศรชล.ภาค  โดยภายหลังการประชุม พลเรือเอก ชาติชาย  ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งติดภารกิจด่วนได้เดินทางมาร่วมถ่ายภาพและเป็นสักขีพยานกับ คณะกรรมการบริหาร ศรชล. ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทน ศรชล.ที่เข้าร่วมประชุม

การประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการบริหาร ศรชล.ได้รับทราบ ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของ ศรชล.ในปีงบประมาณ 2563 ความก้าวหน้าในการจัดทำอนุบัญญัติ แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2564 ของ ศรชล. การดำเนินการเรื่องการจัดอัตรากำลังแทนของ ศรชล. รวมทั้งพิจารณาการแก้ไขข้อบังคับคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

คณะกรรมการบริหาร ศรชล.เป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อน ศรชล.ที่ยกระดับเป็นศูนย์อำนวยการตาม พ.ร.บ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ตั้งแต่ 13 มี.ค.62 มีหน้าที่ พิจารณาให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ให้คำปรึกษาในการปฏิบัติงานในหน้าที่และอำนาจของ ศรชล. รวมทั้งวางระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านต่างๆ ของ ศรชล.

การจัดประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ในครั้งนี้ได้จัดให้มีนิทรรศการแสดงผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของ
ศรชล. ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี การปฏิบัติของ ศรชล.
ในห้วงการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 เช่น การสกัดกั้นโรค COVID – 19 ทางทะเลที่จังหวัดระนอง การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับเรือยอช์ท และการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ UAV ในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เป็นต้น

97 ปี กองเรือยุทธการ ขุมกำลังรบทางเรือ

พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองเรือยุทธการ ครบรอบ 97 ปี โดยมี อดีต ผบ.กร. ร่วมงาน อาทิ พลเรือเอก สุวัชขัย เกษมสุข อดีต ผบ.ทร. พลเรือเอก พิจารณ์ ธีรเนตร อดีต ผบ.กร. พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ อดีต ผบ.ทร. โดยมีพิธีให้โอวาทบน ร.ล.อ่างทอง ที่ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ การบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถวายสักการะพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แหลมปู่เจ้า และมอบทุนการศึกษา ณ กองบัญชาการกองเรือยุทธการ
อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

กองเรือยุทธการ เป็นส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันกองเรือยุทธการมีกองเรือแยกตามประเภทคือ กองเรือตรวจอ่าว กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ กองเรือดำน้ำ กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยามฝั่ง กองเรือลำน้ำ กองการบินทหารเรือ และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กองการฝึกกองเรือยุทธการ และกองสนับสนุนกองเรือยุทธการ