เคลื่อนเรือของพ่อ “ต.91” นำไปตั้งแสดง ณ อุทยานประวัติศาสตร์เรือของพ่อ อ่าวดงตาล

พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ได้ให้กำลังพลดำเนินการเคลื่อนย้าย เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ต.91 ถือเป็นเรือแห่งประวัติศาสตร์ ปกป้องท้องทะเลไทยมายาวนานถึง 5 ทศวรรษ ที่ปลดประจำการไปแล้ว ลำเลียงโดยรถพ่วง ผ่านถนนหลวงหมายเลข 3 จากกรมอู่ทหารเรือ มาตั้งไว้ยังแท่นรองรับ ให้เป็นอนุสรณ์แด่ชาวทหารเรือ ณ อุทยานประวัติศาสตร์เรือของพ่อ “เรือ ต.91” ริมชายหาด หน้าสโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี การเดินทาง “เรือของพ่อ” จึงเป็นครั้งสำคัญ ที่ได้ออกสู่สังคม อวดโฉมความสง่างาม ให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาประชาชน เป็นภาพตราตรึงอยู่ในความทรงจำ และไม่อาจเห็นเรือลำนี้ อยู่ในท้องทะเลไทยอีกต่อไป

สำหรับ เรือ ต.91 เป็นเรือที่มีคุณค่าต่อประวัติศาสตร์การต่อเรือรบไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการออกแบบและต่อเรือ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ทอดพระเนตรการต่อเรือยนต์รักษาฝั่ง ประเทศเยอรมนี เมื่อปี พ.ศ.2503 เมื่อพระองค์เสด็จฯ นิวัติประเทศไทย ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่กองทัพเรือว่า “กองทัพเรือควรต่อเรือประเภทนี้ใช้เองบ้าง” จนนำมาซึ่ง โครงการต่อเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ต.91 ได้เสร็จสมบูรณ์ เข้าประจำการในปี พ.ศ.2511 โดยพระองค์ ได้เสด็จฯ มาประทับบนเรือ เพื่อทำการทดสอบสมรรถนะด้วยพระองค์เอง จากพระมหากรุณาธิคุณถือได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาการต่อเรือใช้เองของกองทัพเรือ และประเทศชาติ จึงเปรียบได้ว่า เรือ ต.91 เป็นเรือของพ่อ

เรือ ต.91 มีประวัติการใช้ราชการยาวถึง 51 ปี  กระทั่ง กองทัพเรือ ได้พิจารณาเห็นว่า เรือมีสภาพทรุดโทรมมาก การซ่อมบำรุงไม่มีความคุ้มค่า จึงเสนอกระทรวงกลาโหมให้ปลดออกจากระวางประจำการ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 เนื่องจากพระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า กองทัพเรือควรจะอนุรักษ์เรือรบเก่าไว้ แล้วจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทหาร เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชน ให้เป็นตำนานของกองทัพเรือ ที่แสดงถึงความเกี่ยวพันระหว่าง พระมหากษัตริย์กับกองทัพเรือ และประเทศชาติ

Port In – Port Out PIPO

มอบนโยบายในการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (Port In – Port Out : PIPO)

มอบนโยบายในการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (Port In – Port Out : PIPO)      พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) มอบนโยบายในการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออกเรือประมง (Port In – Port Out : PIPO) ให้แก่ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ทั้ง 3 เขต รวมถึงหัวหน้าศูนย์ PIPO ในทุกพื้นที่ ณ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร      สำหรับนโยบายที่มอบให้แก่ศูนย์ PIPO ในครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ศูนย์ PIPO ที่ประกอบด้วยหน่วยงาน กรมประมง

Read More »

เรือหลวงสุโขทัย อับปางกลางทะเล

วันที่ 18 ธันวาคม 2565 เรือหลวงสุโขทัย ประสบเหตุคลื่นลมแรงอับปางกลางทะเล จ.ประจวบคีรีขันธ์  ขณะเดินทางเพื่อร่วมพิธี 100 ปี การสิ้นพระชนม์ของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรือหลวงสุโขทัยนั้น ตัวเรือมีอาการเอียงจากคลื่นลมแรง หลังเกิดคลื่นลมแรงและพัดน้ำเข้าเรือเป็นจำนวนมาก จนทำให้เครื่องไฟฟ้าดับและส่งผลให้เครื่องจักรใหญ่หยุดทำงาน เป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมเรือได้ และทำให้น้ำเข้าภายในตัวเรืออย่างรวดเร็วจนทำให้เรือเอียงมากขึ้นในเวลาต่อมา ก่อนจะอับปางกลางอ่าวไทย สำหรับ ร.ล.สุโขทัย เป็นเรือคอร์เวต สร้างโดย TACOMA BOATBUILDING COMPANY ประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อเดิมคือ RTN 252 FT PSMM MK-16#446 เป็น 1 ใน 2 ลำของชุดเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย ร.ล.รัตนโกสินทร์ หมายเลขเรือ 441 และ ร.ล.สุโขทัย หมายเลขเรือ 442 ทั้ง

Read More »

กรมเจ้าท่า เปิดตัวตัว “เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย”

พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวสีเขียว เตรียมพัฒนาเรือพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง วันที่ 5 สิงหาคม 2563 กรมเจ้าท่าถือโอกาสวันพิเศษ วันคล้ายวันสถาปนากรมเจ้าท่า ครบรอบ 161 ปี เปิดตัวเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรือท่องเที่ยวไฟฟ้า ‘บ้านปูเน็กซ์ อีเฟอร์รี่’ (BanpuNext e-Ferry)  ซึ่งกรมเจ้าท่าจดทะเบียนเป็นเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของประเทศไทย ชูนวัตกรรมเรือพลังงานสะอาดมาตรฐานสากล โดยผ่านมาตรฐานการรองรับตามข้อบังคับของกรมเจ้าท่า ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ประจำเรือ และระบบความปลอดภัยต่างๆ ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ศักยภาพสูง ตัวเรือมีขนาดความยาว 20 เมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ ด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 17 นอต โดยออกแบบวางจุดแบตเตอรี่ให้อยู่กลางลำเรือ เพื่อรองรับการสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ต่างๆ สามมารถรองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 90 คน คาดการณ์ว่าหากนำเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าลำนี้ไปให้บริการนักท่องเที่ยวตามเส้นทางที่กำหนดเป็นระยะเวลา 1 ปี จะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้ถึง 26,250 ลิตร โดยจะนำร่องในเส้นทางท่องเที่ยวภูเก็ต – อ่าวพังงาเป็นที่แรก ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการท่องเที่ยวของคนยุคใหม่ที่ สะอาด ปลอดภัย รักษ์โลก และสนับสนุนอุตสาหกรรมเรือไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งทางน้ำ

Read More »