กรมเจ้าท่า เปิดตัวตัว “เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของไทย”

พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวสีเขียว เตรียมพัฒนาเรือพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 5 สิงหาคม 2563 กรมเจ้าท่าถือโอกาสวันพิเศษ วันคล้ายวันสถาปนากรมเจ้าท่า ครบรอบ 161 ปี เปิดตัวเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรือท่องเที่ยวไฟฟ้า ‘บ้านปูเน็กซ์ อีเฟอร์รี่’ (BanpuNext e-Ferry)  ซึ่งกรมเจ้าท่าจดทะเบียนเป็นเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเลลำแรกของประเทศไทย ชูนวัตกรรมเรือพลังงานสะอาดมาตรฐานสากล โดยผ่านมาตรฐานการรองรับตามข้อบังคับของกรมเจ้าท่า ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ประจำเรือ และระบบความปลอดภัยต่างๆ ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ศักยภาพสูง ตัวเรือมีขนาดความยาว 20 เมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ ด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 17 นอต โดยออกแบบวางจุดแบตเตอรี่ให้อยู่กลางลำเรือ เพื่อรองรับการสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ต่างๆ สามมารถรองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 90 คน คาดการณ์ว่าหากนำเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าลำนี้ไปให้บริการนักท่องเที่ยวตามเส้นทางที่กำหนดเป็นระยะเวลา 1 ปี จะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้ถึง 26,250 ลิตร โดยจะนำร่องในเส้นทางท่องเที่ยวภูเก็ต – อ่าวพังงาเป็นที่แรก

ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการท่องเที่ยวของคนยุคใหม่ที่ สะอาด ปลอดภัย รักษ์โลก และสนับสนุนอุตสาหกรรมเรือไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งทางน้ำ และการพาณิชย์นาวีของไทย

กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ ทำบุญ เรือ ต.98 และ เรือ ต.99 ก่อนเรือปลดประจำการ

ตามที่ กองทัพเรือได้เสนอขออนุมัติปลดระวาง เรือ ต.98 เรือ ต.99 ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2565 กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ ได้จัดพิธีทำบุญก่อนเรือจะปลดประจำการขึ้น เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่เรือทั้ง 2 ลำ โดย เรือ ต.98 และ เรือ ต.99 เป็นเรือที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ในการพระราชทานทั้งพระราชดำริ และพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการต่อเรือ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเรือทั้ง 2 ลำ สร้างโดยกรมอู่ทหารเรือ ทำให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการต่อเรือเพื่อใช้ปฏิบัติงานภายในน่านน้ำไทย สำหรับเรือ ต.98 เป็นเรือประเภทเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ขึ้นระวางประจำการเมื่อ 7 มีนาคม 2528 ภายหลังจากที่ได้ปฏิบัติราชการเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ รวมระยะเวลาประจำการทั้งสิ้น 37 ปี ระหว่างการประจำการของเรือ ต.98 ได้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญ เช่น

Read More »
ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ

บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด ส่งมอบระบบบริหารจัดการควบคุมการจราจรทางน้ำ ให้ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ

บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด โดยคุณจารุภา วัฒน์ประกายรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป พร้อมทีมงาน ได้ส่งมอบระบบบริหารจัดการควบคุมการจราจรทางน้ำ Vessel Traffic Management (VTMS) ให้กับท่าเรือพาณิชย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี นาวาเอกไพฑูรย์ ชีชะนะ รองผู้อำนวยการ การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานตรวจรับ พร้อมคณะกรรมการ ณ อาคารพักผู้โดยสารเรือเฟอร์รี่ ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยโครงการนี้เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มศักยภาพการรองรับการให้บริการท่าเรือ แก่เรือรบทางทหารและเชิงพาณิชย์แก่เรือสินค้า เรือเฟอร์รี่ เป็นการขยายขีดความสามารถของท่าเรือ ตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของรัฐบาล

Read More »

กองทัพเรือจัดงานรำลึกวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ปีที่ 127

วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีสดุดีวีรชนในวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ณ บริเวณลานหน้า พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ป้อมพระจุลจอมเกล้า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สำหรับ เหตุการณ์ ร.ศ.112 ตรงกับปีพุทธศักราช 2436 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยในช่วงนั้นชาติตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลสำคัญทางแถบเอเชีย โดยมีจุดประสงค์ที่สำคัญ คือการแสวงหาอาณานิคม ประเทศต่าง ๆ เช่น ญวน เขมร ลาว ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนพม่าและมลายูตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ สำหรับประเทศไทย ได้ถูกชาติมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสเข้ามารุกราน โดยในวันที่ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2436 เรือรบฝรั่งเศส 2 ลำ คือเรือสลุปแองคองสตังค์ และเรือปืนโคแมต ได้รุกล้ำสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามายังกรุงเทพฯ และได้เกิดการปะทะกับฝ่ายไทย ทั้งหมู่ปืนที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า

Read More »