การประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2564

วันที่ 14 ธันวาคม 2563 พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ และรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) มอบหมายให้ พลเรือเอกธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2564 ณ โรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ ถนนเจริญนคร เขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร ศรชล. ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานระดับอธิบดีรวม 26 คน และผู้บังคับบัญชาของ ศรชล.ทั้งในส่วนกลางและส่วนของ ศรชล.ภาค  โดยภายหลังการประชุม พลเรือเอก ชาติชาย  ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งติดภารกิจด่วนได้เดินทางมาร่วมถ่ายภาพและเป็นสักขีพยานกับ คณะกรรมการบริหาร ศรชล. ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทน ศรชล.ที่เข้าร่วมประชุม

การประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการบริหาร ศรชล.ได้รับทราบ ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของ ศรชล.ในปีงบประมาณ 2563 ความก้าวหน้าในการจัดทำอนุบัญญัติ แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2564 ของ ศรชล. การดำเนินการเรื่องการจัดอัตรากำลังแทนของ ศรชล. รวมทั้งพิจารณาการแก้ไขข้อบังคับคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

คณะกรรมการบริหาร ศรชล.เป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อน ศรชล.ที่ยกระดับเป็นศูนย์อำนวยการตาม พ.ร.บ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ตั้งแต่ 13 มี.ค.62 มีหน้าที่ พิจารณาให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ให้คำปรึกษาในการปฏิบัติงานในหน้าที่และอำนาจของ ศรชล. รวมทั้งวางระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านต่างๆ ของ ศรชล.

การจัดประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล.ในครั้งนี้ได้จัดให้มีนิทรรศการแสดงผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของ
ศรชล. ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี การปฏิบัติของ ศรชล.
ในห้วงการแพร่ระบาดของโรค COVID – 19 เช่น การสกัดกั้นโรค COVID – 19 ทางทะเลที่จังหวัดระนอง การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับเรือยอช์ท และการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ UAV ในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เป็นต้น

กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ ทำบุญ เรือ ต.98 และ เรือ ต.99 ก่อนเรือปลดประจำการ

ตามที่ กองทัพเรือได้เสนอขออนุมัติปลดระวาง เรือ ต.98 เรือ ต.99 ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2565 กองเรือยามฝั่ง กองเรือยุทธการ ได้จัดพิธีทำบุญก่อนเรือจะปลดประจำการขึ้น เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่เรือทั้ง 2 ลำ โดย เรือ ต.98 และ เรือ ต.99 เป็นเรือที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ในการพระราชทานทั้งพระราชดำริ และพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการต่อเรือ ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเรือทั้ง 2 ลำ สร้างโดยกรมอู่ทหารเรือ ทำให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการต่อเรือเพื่อใช้ปฏิบัติงานภายในน่านน้ำไทย สำหรับเรือ ต.98 เป็นเรือประเภทเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ขึ้นระวางประจำการเมื่อ 7 มีนาคม 2528 ภายหลังจากที่ได้ปฏิบัติราชการเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ รวมระยะเวลาประจำการทั้งสิ้น 37 ปี ระหว่างการประจำการของเรือ ต.98 ได้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญ เช่น

Read More »

มอบเข็มรักษ์ทะเลยิ่งชีพ แก่ผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือ

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยอธิบดีโสภณ ทองดี เป็นประธาน มอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศยิ่ง “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” ให้แก่นายหมวดโท วิทวัส ยอแสง ผู้ช่วยผู้ตรวจการประจำสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมอบเงิน 200,000 บาท สนับสนุนเข้ากองทุนสวัสดิการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง น้ำดื่ม 200 แพ็ค และเจลแอลกอฮอล์ 200 ขวด เพื่อนำไปใช้ในการสนับสนุนภารกิจ ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

Read More »

เรือด่วนเจ้าพระยาใหม่ ใหญ่ขึ้น เร็วขึ้น สะดวกสบายขึ้น

     โดยเรือแบบใหม่นี้เป็นเรือแบบ Catamaran ท้องเรือจะโปร่ง วัสดุตัวเรือทำด้วยอะลูมิเนียม มีการออกแบบที่ก่อให้เกิดคลื่นน้อย และประหยัดพลังงาน มีความสะดวกสบายและทันสมัย มีความปลอดภัย มีระบบติดตามเรือ (GPS) และระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในเบื้องต้น บริษัทเรือด่วนเจ้าพระยาจะสร้างเรือจำนวน 6 ลำ เพื่อให้บริการตั้งแต่ท่าเรือพระนั่งเกล้า ถึงท่าเรือสาทร ให้บริการรับส่งผู้โดยสารจำนวน 10 ท่าเรือ ซึ่งเป็นท่าเรือมีระบบขนส่งเชื่อมต่อทางราง เช่น ท่าเรือพระนั่งเกล้า (รถไฟฟ้าสายสีม่วง) ท่าเรือบางโพ (รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) ท่าเรือราชินี (รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) และท่าเรือสาทร (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) ซึ่งระยะเวลาเรือโดยสารรูปแบบใหม่จะให้บริการเดินเรือตั้งแต่เวลา 06.30 – 19.00 น. จำนวน 44 เที่ยว/วัน ความถี่ในการเดินเรือประมาณ 20-30 นาที /เที่ยว ซึ่งสามารถประหยัดเวลาเดินทางจากท่าเรือต้นทางถึงท่าเรือปลายทาง จากปกติใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยมีแผนจะเปิดให้บริการในเส้นทางปกติภายในปี

Read More »