เปิดบริการ เส้นทางเดินเรือใหม่ “บางหว้า-ท่าช้าง” ฟรี 6 เดือน

     เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง กทม. และกรมเจ้าท่า เปิดทดลองเส้นทางเดินเรือใหม่ จอดรับส่ง 5 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือบางหว้า ท่าเรือวัดอินทาราม ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือราชินี และท่าเรือท่าช้าง บริการฟรี 6 เดือน

กรุงเทพมหานคร และกรมเจ้าท่า เปิดทดลองเดินเรือเส้นทางใหม่ ตั้งแต่ท่าเรือบางหว้า (คลองภาษีเจริญ) ถึงท่าเรือท่าช้าง (แม่น้ำเจ้าพระยา) โดยไม่เก็บค่าโดยสาร เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่ง “ล้อ ราง เรือ” และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนในจุดที่ไม่มีเอกชนให้บริการ โดยให้บริการรวม 4 เส้นทาง คือ ท่าเรือบางหว้า-ท่าช้าง ท่าเรือหัวลำโพง-วัดเทวราชกุญชร ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง – ห้างสรรพสินค้า Paseo และ ท่าเรือบางหว้า – วัดกำแพง

สำหรับเส้นทางใหม่ที่เปิดให้บริการวันนี้ เริ่มต้นจากท่าเรือบางหว้า บริเวณจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า ไปตามคลองภาษีเจริญ แยกขวาเข้าคลองบางกอกใหญ่ ออกแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือ 5 แห่ง คือ ท่าเรือบางหว้า ท่าเรือวัดอินทาราม ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือราชินี และท่าเรือท่าช้าง

ส่วนเวลาการเดินเรือมี 3 ช่วง คือ

  • เวลา 06.00-09.00 น. ออกต้นทางทุก 30 นาที
  • เวลา 09.00-15.00 น. ออกต้นทางทุก 1 ชั่วโมง
  • เวลา 15.00-19.00 น. ออกต้นทางทุก 60 นาที

เรือด่วนเจ้าพระยาใหม่ ใหญ่ขึ้น เร็วขึ้น สะดวกสบายขึ้น

     โดยเรือแบบใหม่นี้เป็นเรือแบบ Catamaran ท้องเรือจะโปร่ง วัสดุตัวเรือทำด้วยอะลูมิเนียม มีการออกแบบที่ก่อให้เกิดคลื่นน้อย และประหยัดพลังงาน มีความสะดวกสบายและทันสมัย มีความปลอดภัย มีระบบติดตามเรือ (GPS) และระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในเบื้องต้น บริษัทเรือด่วนเจ้าพระยาจะสร้างเรือจำนวน 6 ลำ เพื่อให้บริการตั้งแต่ท่าเรือพระนั่งเกล้า ถึงท่าเรือสาทร ให้บริการรับส่งผู้โดยสารจำนวน 10 ท่าเรือ ซึ่งเป็นท่าเรือมีระบบขนส่งเชื่อมต่อทางราง เช่น ท่าเรือพระนั่งเกล้า (รถไฟฟ้าสายสีม่วง) ท่าเรือบางโพ (รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) ท่าเรือราชินี (รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน) และท่าเรือสาทร (รถไฟฟ้าสายสีเขียว) ซึ่งระยะเวลาเรือโดยสารรูปแบบใหม่จะให้บริการเดินเรือตั้งแต่เวลา 06.30 – 19.00 น. จำนวน 44 เที่ยว/วัน ความถี่ในการเดินเรือประมาณ 20-30 นาที /เที่ยว ซึ่งสามารถประหยัดเวลาเดินทางจากท่าเรือต้นทางถึงท่าเรือปลายทาง จากปกติใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยมีแผนจะเปิดให้บริการในเส้นทางปกติภายในปี

Read More »
พิธีเปิดปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด ร่วมพิธีเปิดปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างความปลอดภัยทางทะเล ในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2565 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดพิธีเปิดปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างความปลอดภัยทางทะเล ในเขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ณ บริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (MIT) ถนน ไอ-เจ็ด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยองมี รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมพนักงานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แขกผู้มีเกียรติ คณะผู้บริหาร บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด และสื่อมวลชนร่วมงานภายในงานมีการแสดงการเก็บขยะ ล้อมบูมกักคราบน้ำมัน และฉีดน้ำดับเพลิง ด้วยเรือรักษ์นที ซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นใหม่เป็น เรือเก็บขยะ ขจัดคราบน้ำมัน และดับเพลิง ขนาดความยาว 40 ฟุตพร้อมอุปกรณ์ โดย อู่ต่อเรือ บริษัท เอ. แอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด

Read More »

ONE MAN AND THE SEA กิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลจากดอนสัก ไปเกาะสมุย

      เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 63 ท่าเรือเอนกประสงค์แหลมทวดดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อม นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิด และปล่อยตัว นายภาคิน คำวิลัยศักดิ์ (โตโน่) นักร้องนักแสดง ในฐานะทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ขององค์การสหประชาชาติเพื่อมหาสมุทร(UN Ocean Conference) พร้อมทีมว่ายน้ำ 7 คน ออกปฎิบัติภารกิจโครงการ “1 คนว่าย หลายคนช่วย ” (One Man & The Sea ) ว่ายน้ำตัวเปล่าข้าม 12 เกาะ จากฝั่ง อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ไป ยัง อ.เกาะสมุย

Read More »