เรือลำนี้จะใช้ในการรับส่งผู้โดยสารในคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งแต่ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังท่าเรือวัดเทวราชกุญชร ที่ทางกรุงเทพมหานครจะเปิดให้บริการฟรี ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป คุณลักษณะของเรือ ใช้เครื่องยนต์ระบบไฟฟ้า 2 x Torqeedo Cruise 10.0 RXL 10,000 W 48V จากประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตเครื่องยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งในยุโรป ซึ่งใช้ในเรือโดยสารและท่องเที่ยวทั่วโลก ด้านความปลอดภัย แบตเตอรี่เรือ ใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสูง สามารถกันน้ำได้ เมื่อแรงดังน้ำสูงขึ้นแบตเตอรี่จะทำการตัดระบบ และหากเกิดไฟฟ้ารั่วกระแสไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ เนื่องจากมีกำลังไฟออกมาแค่ 48V
Author: phranakornsoft
การแข่งขันเรือใบ ‘เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2018
โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ในเครือเคป & แคนทารี โฮเทลส์ และบริษัท มีเดีย บิซิเนส เซอร์วิส จำกัด เจ้าของสิทธิ์ในการจัดการแข่งขัน ร่วมจัดงาน เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2018 การแข่งขันเรือใบระดับภูมิภาคชั้นแนวหน้า ซึ่งปีนี้เป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่ 15 โดยจะจัดงานที่โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต และ โรงแรมแคนทารี เบย์ ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 18- 22 ก.ค. 2561 การแข่งขันทุกๆ ปีที่ผ่านมา รายการนี้ถือเป็นการแข่งขันที่มีผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลก มีเรือทั้งประเภทลำเรือเดียว (Monohulls) และประเภทหลายลำเรือ (Multihulls) เข้าร่วมจำนวนมาก
การแข่งขันเรือใบนานาชาติ “Top of The Gulf Regatta” เตรียมจัดยิ่งใหญ่ปีที่ 15
เตรียมพบกับสุดยอดการแข่งขันเรือใบนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย Top of the Gulf Regatta 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 15 พร้อมต้อนรับนักแล่นใบจากทั่วโลก Top of the Gulf Regatta เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกในฐานะเป็นการแข่งขันเรือใบที่มีเรือเข้าร่วมการแข่งขันอย่างหลากหลายประเภท แต่ละปีจะมีเรือเข้าร่วมชิงชัยเป็นจำนวนมาก โดยการแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ โอเชี่ยน มารีน่า ยอช์ท คลับ พัทยา จ.ชลบุรี
เปิดบริการ เส้นทางเดินเรือใหม่ “บางหว้า-ท่าช้าง” ฟรี 6 เดือน
เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง กทม. และกรมเจ้าท่า เปิดทดลองเส้นทางเดินเรือใหม่ จอดรับส่ง 5 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือบางหว้า ท่าเรือวัดอินทาราม ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือราชินี และท่าเรือท่าช้าง บริการฟรี 6 เดือน
กรุงเทพมหานคร และกรมเจ้าท่า เปิดทดลองเดินเรือเส้นทางใหม่ ตั้งแต่ท่าเรือบางหว้า (คลองภาษีเจริญ) ถึงท่าเรือท่าช้าง (แม่น้ำเจ้าพระยา) โดยไม่เก็บค่าโดยสาร เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่ง “ล้อ ราง เรือ” และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนในจุดที่ไม่มีเอกชนให้บริการ โดยให้บริการรวม 4 เส้นทาง คือ ท่าเรือบางหว้า-ท่าช้าง ท่าเรือหัวลำโพง-วัดเทวราชกุญชร ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง – ห้างสรรพสินค้า Paseo และ ท่าเรือบางหว้า – วัดกำแพง
สำหรับเส้นทางใหม่ที่เปิดให้บริการวันนี้ เริ่มต้นจากท่าเรือบางหว้า บริเวณจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า ไปตามคลองภาษีเจริญ แยกขวาเข้าคลองบางกอกใหญ่ ออกแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือ 5 แห่ง คือ ท่าเรือบางหว้า ท่าเรือวัดอินทาราม ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือราชินี และท่าเรือท่าช้าง
ส่วนเวลาการเดินเรือมี 3 ช่วง คือ
- เวลา 06.00-09.00 น. ออกต้นทางทุก 30 นาที
- เวลา 09.00-15.00 น. ออกต้นทางทุก 1 ชั่วโมง
- เวลา 15.00-19.00 น. ออกต้นทางทุก 60 นาที
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ จัดงาน “นาวีวิจัย 2019 สร้างนวัตกรรม นำสู่สายการผลิต” (INNOVATION AND BEYOND)
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานเปิดงาน “นาวีวิจัย 2019 สร้างนวัตกรรม นำสู่สายการผลิต” ณ ห้องประชุมบริพัตร ณ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมี พลเรือตรี วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือจัดให้มีงานนาวีวิจัยเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศยกย่องเกียรติคุณนักวิจัยของกองทัพเรือ เปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้นำเสนอผลงานวิจัย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัยและพัฒนา สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ นำไปสู่สายการผลิตเพื่อเป็น การพึ่งพาตนเองและเป็นการต่อยอดการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือและประเทศชาติต่อไป การจัดงาน “นาวีวิจัย 2019 สร้างนวัตกรรม นำสู่สายการผลิต” ภายในงานได้มีพิธีมอบรางวัลเกียรติยศนาวี และการประกาศยกย่อง เกียรติคุณนักวิจัยดีเด่นของกองทัพเรือ โดยในปีนี้ ในส่วนของการมอบรางวัลเกียรติยศนาวี ให้บุคคลดีเด่นของกองทัพเรือ ประจำปี 2562
ภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญ คือการสาธิตผลงานวิจัยสนับสนุนการตรวจค้นวัตถุต้องสงสัย การจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยของกองทัพเรือ พร้อมทั้งของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก ศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ องค์การมหาชน และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กรมแพทย์ทหารบก โดยในส่วนของการจัดแสดงผลงานวิจัยมีผลงานที่น่าสนใจเช่น การสร้างตะเกียงระบบเลนส์หมุนพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้กับประภาคารกระโจมไฟของกรมอุทกศาสตร์ ทุ่นระเบิดทอดประจำที่ปราบเรือดำน้ำแบบล่องหน ระบบควบคุมบังคับบัญชาแบบพกพา ระบบแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องฝึกจำลองยุทธ์ NWS การผลิตลูกปืน 30X173มิลลิเมตร ชนิดฝึกและผลงานวิจัยอากาศยานไร้นักบินเพื่อการลาดตระเวนทางทะเลในแบบต่าง ๆ ที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือได้สร้างและนำไปสู่การใช้งาน ตามแนวคิดในการจัดงานคือ “นาวีวิจัย 2019 สร้างนวัตกรรมนำสู่สายการผลิต” (INNOVATION AND BEYOND)
เตรียมระเบิดศึกความมันส์การแข่งขันเรือใบนานาชาติ เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2019 ครั้งที่ 16
โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ร่วมกับ บริษัท มีเดีย บิซิเนส เซอร์วิส จำกัด เจ้าของสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันเรือใบ นานาชาติ จัดการแข่งขัน เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2019 (Cape Panwa Hotel Phuket Raceweek 2019) ครั้งที่ 16 ซึ่งถือเป็นรายการที่มีผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลก โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต และ โรงแรมแคนทารี เบย์ ภูเก็ต ท่านที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2019 สามารถลงทะเบียนออนไลน์ และจองห้องพักสุดหรู พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ณ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต และ โรงแรมแคนทารี เบย์ ภูเก็ต
Cape Panwa Hotel Phuket Raceweek 2019
การแข่งขันเรือใบนานาชาติ เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค จัดยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 16 โดยการแข่งขันมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต
การแข่งขันแบ่งเป็น 6 ประเภท คือ ไออาซีซีโร่, ไออาซี 1, ไออาซี 2, ครูซซิ่ง, มัลติฮัลล์ เรซซิ่ง และไฟเออร์ฟลาย 850 (Firefly 850 Sports One Design) รวมเรือที่เข้าแข่งขันทั้งหมด
32 ลำ มีนักแล่นเรือใบกว่า 450 คน จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก
การแข่งขันในวันสุดท้ายมีกระแสลมกำลังดีในช่วงเช้าถึงบ่าย นับว่าเป็นการปิดฉากลงอย่างสวยงามของเคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2019 แม้ว่าตลอดช่วงสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน
นักแล่นใบจะต้องพบกับความท้าทายในเรื่องของสภาพอากาศที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่องก็ตาม
สำหรับพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะในแต่ละประเภท ได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันและมอบรางวัล
สรุปผลการแข่งขันดังนี้
- สำหรับการแข่งขันประเภทไฟเออร์ไฟล์ 850 (Firefly 850) ทีม ทวิน ชาร์คส์ ได้ครองแชมป์นานถึง 7 ปีซ้อน
- ทีมฟีนิกซ์ สัญชาติเดนมาร์ก สามารถรักษามาตรฐานของทีมคว้าแชมป์ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน ส่วนในปีนี้ได้แชมป์ประเภทไออาซี ทู
- ในส่วนของทีมฮอลลีวู้ด หนึ่งในทีมตัวเต็งก็สามารถครองแชมป์ติดต่อกัน 3 ปี ในปีนี้ได้แชมป์ประเภท ไออาซี ซีโร่
ประเภท ไออาซี ซีโร่ (IRC Zero Class)
- ทีม ฮอลลีวู้ด Team Hollywood ออสเตรเลีย
- อีสมารีน อิเมจิน East Marine Emagine ออสเตรเลีย
- อะควารี่ AquarII ออสเตรเลีย
ประเภท ไออาซี วัน (IRC I Class)
- อีสมารีน อิเมจิน East Marine Emagine ออสเตรเลีย
- อะควารี่ AquarII ออสเตรเลีย
- เมกะซิป Megazip รัสเซีย
ประเภท ไออาซี ทู (IRC II Class)
- ฟีนิกซ์ Phoenix นีลส์ เดเกินคอลว์ Neils Degenkolw เดนมาร์ก
- ซิดนีย์ พรีเมียร์ คาร์ทติ้ง ปาร์ค Sydney Premier Karting Park ออสเตรเลีย
- ดราก้อน The Dragon ไซมอน โอลิเวีย Simon Oliver ออสเตรเลีย
ประเภทครูซซิ่ง โมโนฮัลล์ (Cruising Monohull Class)
- เวนเจอร์ Venture ออสเตรเลีย
- โบ เอสปรีส์ BeauX Esprits ออสเตรเลีย
- เลดี้ บั้บบลี่ Lady Bubbly ออสเตรเลีย
ประเภท เรือมัลติฮัลล์ เรซซิ่ง (Multihull Racing)
- แฟนทอม ไฟว์ Phantom V ออสเตรเลีย
- บอนซ่า Bonza อังกฤษ
- ฟุกาซี่ Fugazi ออสเตรเลีย
ประเภท ไฟเออร์ไฟล์ 850 (Firefly 850)
- ทวิน ชาร์คส์ Twin Sharks อังกฤษ
- วูดู Voodoo เยอรมัน
- เซิร์ฟ พาโทร Surf Patrol ออสเตรเลีย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงประกอบพิธี ปล่อยเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ลงน้ำ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงประกอบพิธีปล่อยเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ลงน้ำ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น. โดยมี พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จฯ
สำหรับการดำเนินโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 เฉลิมพระเกียรติฯ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 – 2561 แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เป็นการจัดหาเฉพาะระบบตัวเรือ จำนวน 1 ลำ ประกอบด้วยแบบและพัสดุในการสร้างเรือ พร้อมระบบสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงรวมและการบริการทางด้านเทคนิค ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 – 2561 ระยะที่ 2 การจัดหาระบบควบคุมบังคับบัญชาและตรวจการณ์ และระบบอาวุธ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.2559 – 2561 ดำเนินการสร้างเรือ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช โดยการดำเนินงานทั้ง 2 ระยะ ได้ดำเนินการตามแผนเสร็จสิ้นแล้ว จึงกล่าวได้ว่า กองทัพเรือได้ใช้ศักยภาพ และความรู้ความสามารถของกำลังพลกองทัพเรือ ในการดำเนินการติดตั้ง ทดสอบ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แม้ว่าจะใช้แบบเรือของต่างประเทศ แต่ถือเป็นการสร้างเรือขนาดใหญ่ด้วยการพึ่งพาตนเอง โดยอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช นับได้ว่าเป็นอู่ซ่อมเรือที่มีขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถให้บริการซ่อมบำรุงเรือทุกขนาดที่กองทัพเรือมีประจำการ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสมาคมความปลอดภัยทางน้ำ
“คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” คำพังเพยโบราณที่สะท้อนธรรมชาติของท้องทะเลโดยทั่วไป ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง อาจเกิดการแปรเปลี่ยนสภาพแบบผลิกผันขึ้นเมื่อใดก็ได้ จากสภาพคลื่นสงบทะเลเรียบ กลายเป็นความปั่นป่วนจากพายุใหญ่ได้ในเวลาอันสั้น อาจก่อให้เกิดมหันตภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ชนิดตั้งรับแทบไม่ทัน ถ้าผู้เกี่ยวข้องขาดความรู้ความเข้าใจรวมทั้งการเตรียมการตั้งรับที่ดีพอ
ด้วยตระหนักในความจริงดังกล่าวข้างต้น จึงเกิดการรวมตัวกันของผู้ที่ห่วงใยในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในทะเล รวมทั้งในแม่น้ำลำคลองโดยทั่วไปด้วย ซึ่งเท่าที่ผ่านมาได้เกิดความสูญเสียจากภัยพิบัติสารพัดแบบ สาเหตุหลักประการหนึ่งก็คือ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดความรู้พื้นฐานในการป้องกันภัยล่วงหน้า รวมทั้งมาตรการในการแก้ไขเมื่อภัยมา สมาคมความปลอดภัยทางน้ำจึงได้ก่อกำเนิดขึ้น เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร เป็นนายกสมาคม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 1122 หมู่ที่ 6 ถ.ท้ายบ้าน ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
สำหรับวัตถุประสงค์หลักของสมาคมพอสรุปได้ว่า เป็นองค์กรที่เผยแพร่ความรู้และฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งในด้านการป้องกันและแก้ไข ร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ตามโอกาสและศักยภาพที่มีอยู่ เป็นศูนย์รวมการศึกษาค้นคว้า และเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการเกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งนี้ได้กำหนดวิสัยทัศน์ของสมาคมไว้ ดังนี้
“เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมและพัฒนา มาตรฐานองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านความปลอดภัยทางน้ำของไทยสู่ระดับสากล”
“ปลดระวาง เรือ ต.91 “เรือของพ่อ” หลังปฏิบัติภารกิจมาร่วม 52 ปี”
วันที่ 26 ก.ย.62 พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีปลดระวางประจำการ และเชิดชูเกียรติให้กับ “เรือของพ่อ” เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ชุดเรือ ต.91 ,ต.94 ,ต.95 ที่รับใช้ราชการในกองทัพเรือมายาวนาน ปฏิบัติภารกิจในท้องทะเลมากว่า 52 ปี ณ ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
เรือตรวจการณ์ ต.91 เป็นเรือที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพระราชทานพระราชดำริ และพระบรมราชวินิจฉัย เกี่ยวกับการต่อเรือ เพื่อพึ่งพาตนเองของกองทัพเรือ นับตั้งแต่การสร้างเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ชุดเรือ ต.91 ถึงเรือ ต.99 จำนวน 9 ลำ ระหว่างปี พ.ศ.2510 – 2530 อันเป็นโครงการของกองทัพเรือ ตามพระราชดำริของพระองค์ จนสมัญญาเรือชุดนี้ว่า “เรือของพ่อ” การปลดระวางประจำการเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ได้เป็นไปตามอนุมัติ กระทรวงกลาโหม เนื่องจากเรือทั้ง 3 ลำ ใช้ราชการมานานจนมีสภาพเสื่อมตามอายุการใช้งาน ไม่คุ้มค่าต่อการซ่อมบำรุง และมีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติราชการ จึงมีคำสั่งตามคำเสนอของ กองทัพเรือ ให้ปลดระวางตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป โดยเรือ ต.91 ประจำการครั้งแรกเมื่อ 12 ส.ค.2511 และครั้งที่ 2 เมื่อ 15 เม.ย.35 รวมระยะเวลาประจำการ 52 ปี เรือ ต.94 ประจำการครั้งแรกเมื่อ 16 ก.ย.24 รวมระยะเวลาประจำการ 38 ปี และเรือ ต.95 ประจำการครั้งแรกเมื่อ 27 ธ.ค.25 รวมระยะเวลาประจำการ 37 ปี โดยเรือทั้ง 3 ลำ สร้างโดยกรมอู่ทหารเรือ เป็นการพึ่งพาตนเองของกองทัพเรือ
ดังนั้น เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ จึงได้จัดพิธีเชิดชูเกียรติให้แก่ เรือตรวจการณ์ชุดเรือ ต.91 และอำลาการปฏิบัติงานของเรือทั้ง 3 ลำ อย่างสมเกียรติ ให้คงเป็นที่จารึกจดจำแด่ เหล่านักรบแห่งราชนาวีไทย ตลอดไป