ผู้เขียน: phranakornsoft
กรมเจ้าท่า ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ผลักดันเทคโนโลยีเรือสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Eco-Friendly Ship Technology Seminar) พร้อมส่งเสริมความร่วมมือในระดับอาเซียน

วันที่ 13 มีนาคม 2567 นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลอดภัย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย ในการประชุมระหว่างกรมเจ้าท่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism: MLIT) ณ ห้องประชุมวิสูตรสาครดิษฐ์ ชั้น 4 อาคาร 162 ปี กรมเจ้าท่า และเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเทคโนโลยีเรือสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Eco-Friendly Ship Technology Seminar) ณ โรงแรม Crowne Plaza Lumpini park กรุงเทพฯ
การประชุมและสัมมนาดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์เรือสีเขียวอาเซียน ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) (ASEAN Green Ship Strategy) ภายใต้กรอบความร่วมมือหุ้นส่วนด้านการขนส่งอาเซียน – ญี่ปุ่น (ASEAN – Japan Transport Partnership) เพื่อสร้างเสริมการใช้เรือสีเขียวในภูมิภาคอาเซียนผ่านการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้จัดทำนโยบายจากประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการเดินเรือสีเขียว ส่งเสริมการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการขนส่งทางน้ำ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน
การประชุมและสัมมนาประกอบไปด้วย เทคโนโลยี เชื้อเพลิง LNG, hydrogen และ Bio Diesel เรือที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้า เพลาใบจักรและใบจักร ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สีลดการเสียดทานและสีกันเพรียง เรือที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง LNG หรือ แบตเตอรี่ รวมไปถึงเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีเรือสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระหว่างฝ่ายไทยและญี่ปุ่น โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมและสัมมนาจากหน่วยงานภายในกรมเจ้าท่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายญี่ปุ่น ทั้งหน่วยงานราชการและภาคเอกชน
ทั้งนี้ การประชุมและสัมมนาฯ ดังกล่าว เป็นการสร้างเสริมความตระหนักรู้และศักยภาพด้านเทคโนโลยีเรือสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย และเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวกับญี่ปุ่นต่อไปในอนาคต
aBOAT Vol 170 Th
“กรมทะเล” ถือฤกษ์ดีปล่อยเรือ “โลมา” ลงน้ำ เสริมทัพภารกิจอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณสมถวิล วงษ์สุวรรณ ภริยา เป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 807 “โลมา” ลงน้ำ โดยการเชิญมิ่งขวัญและมงคลสู่เรือเจิมป้ายชื่อเรือ ปิดทอง ผูกผ้าสามสี คล้องพวงมาลัย โปรยข้าวตอกดอกไม้ และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ตามประเพณีโบราณที่มีมาอย่างยาวนาน ณ บริษัท ซีเครสท์ มารีน จำกัด เลขที่ 98 หมู่ที่ 2 ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
สำหรับเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 807 นามเรียกขาน “โลมา” ใช้เพื่อปฏิบัติในภารกิจด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำรวจระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามช่วยเหลือสัตว์ทะเล ตรวจสอบ และป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และเกาะต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนชุมชนชายฝั่ง ซึ่งเรือถือเป็นพาหนะหลักและมีความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจทางทะเล พร้อมด้วยอุปกรณ์ และเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัย จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้การปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เรือ 807 “โลมา” ได้รับกำกับดูแลของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 (จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร) เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 807 มีขนาดความยาว 80 ฟุต ภายในเรือมีเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับสนับสนุนภารกิจหลักของกรม ส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สามารถปฏิบัติภารกิจในสภาพทะเล Sea State 2 มีอุปกรณ์สนับสนุนนักประดาน้ำ การฝึกดำน้ำ อุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับการดำน้ำ ตลอดจนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลอีกด้วย รวมงบประมาณที่ใช้ในการจัดสร้างเรือดังกล่าวทั้งสิ้น 168,500,000 บาท ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติภารกิจของหน่วยงาน โดยใช้พาหนะ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน รวมถึงดูแลปกป้องทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้สมบูรณ์ต่อไป
aBOAT Vol 169 Th
aBOAT Vol 168 Th
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงฝึกซ้อมการแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 35

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงฝึกซ้อมการแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 35 ในวันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม 2566 ในโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีจะทรงเข้าร่วมการแข่งขันในทีมเรือใบ รุ่นไออาร์ซี ซีโร่ (IRC Zero)หมายเลขเรือ THA72 ณ หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต
การแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 35 ประจำปี 2566 กำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 2 -9 ธันวาคม 2566 ประกอบด้วยรายการแข่งขันเรือใบใหญ่ประเภทคีลโบ้ตและมัลติฮัลล์ (Keelboats and MultiHulls Race) โดยจัดแข่งขันในวันที่ 4-9 ธันวาคม 2566 ประกอบด้วยรุ่นเรือทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่ รุ่นไออาร์ซี ซีโร่ (IRC Zero)พรีเมียร์ ไออาร์ซี 1 แบร์โบ้ตชาร์เตอร์ โมโนฮัลล์ครูซิ่ง มัลติฮัลล์เรซิ่ง และมัลติฮัลล์ครูซิ่ง นอกจากนี้ยังมีรายการแข่งขันเรือใบเล็ก อินเตอร์เนชันแนล ดิงกี้ คลาส (International Dinghy Classesประกอบด้วยรุ่นออปติมิสต์ รุ่นไอแอลซีเอ 4 รุ่นโอเพ่นสกิฟฟ์ และรุ่นโมโนฮัลล์ดิงกี้แฮนดี้แคป
การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้าดึงดูดนักกีฬาเรือใบชั้นนำจากทั่วโลกมาเข้าร่วมการแข่งขันเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้มีทีมเรือใบเข้าร่วมการแข่งขันรวม 14 ชาติ ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย สหรัฐฯ เยอรมนี เบลเยียม เอสโตเนีย ฝรั่งเศส ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์
การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันเรือใบภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ภายใต้การอำนวยการของสมาคมสโมสรราชวรุณ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยการสนับสนุนจากกองทัพเรือ สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และจังหวัดภูเก็ต